ตรวจสอบบัญชี ทั่วประเทศไทย
136 สำนักงานในระบบที่ให้บริการตรวจสอบบัญชี เลือกจังหวัดเพื่อดูรายชื่อในพื้นที่ของคุณ
เลือกจังหวัดที่ต้องการ
ตรวจสอบบัญชี กรุงเทพมหานคร
Bangkok
52 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี ชลบุรี
Chonburi
12 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี เชียงใหม่
Chiang Mai
10 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี อุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
8 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี เชียงราย
Chiang Rai
7 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี ปทุมธานี
Pathum Thani
7 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี ระยอง
Rayong
5 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี สงขลา
Songkhla
4 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี สมุทรสาคร
Samut Sakhon
4 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี ภูเก็ต
Phuket
3 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี ประจวบคีรีขันธ์
Prachuap Khiri Khan
3 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี นนทบุรี
Nonthaburi
2 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี สมุทรปราการ
Samut Prakan
1 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี อุดรธานี
Udon Thani
1 สำนักงาน
ตรวจสอบบัญชี กาฬสินธุ์
Kalasin
1 สำนักงาน
เกี่ยวกับ ตรวจสอบบัญชี
ตรวจสอบบัญชีคือ การที่ผู้สอบบัญชีอิสระจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินประจำปีตามมาตรฐานการสอบบัญชีของไทยที่อ้างอิง International Standards on Auditing (ISA) ขั้นตอนเริ่มจากวางแผนการตรวจ ทำความเข้าใจระบบควบคุมภายใน สุ่มตรวจรายการที่มีนัยสำคัญ ขอเอกสารยืนยันยอดธนาคารและลูกหนี้-เจ้าหนี้ จนถึงออกรายงานผู้สอบบัญชี (Audit Report) ที่จะแนบไปกับงบการเงินที่ส่ง DBD และสรรพากร ผู้สอบบัญชีไม่ใช่คนทำบัญชี ซึ่งต้องเป็นคนละคนกัน ทำงานคนละที่กัน เพื่อให้ตรงตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ
บริษัทจำกัดทุกขนาด ทุกรายต้องได้รับการสอบบัญชีตามกฎหมาย แม้ทุนแค่ 1 แสนบาท ไม่มีรายการก็ต้องตรวจ ซึ่งเป็นเช่นเดียวกันกับนิติบุคคลอื่น ๆ ทุกประเภท เช่น ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนต้องตรวจถ้าทุนเกิน 5 ล้าน หรือสินทรัพย์รวมเกิน 30 ล้าน หรือรายได้รวมเกิน 30 ล้าน บริษัทที่ได้รับสิทธิ BOI บริษัทมหาชน บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทประกอบกิจการที่กำกับโดย ก.ล.ต. มีกฎพิเศษเพิ่มเติม การไม่ส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบบัญชีถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่ความผิดทางบัญชี
จุดที่ต้องระวังคือ บริษัทจำกัดต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีเท่านั้น ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ซึ่งทำได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กที่กรมสรรพากรกำหนด เจ้าของบางรายถูกหลอกให้ใช้ TA ไปเซ็นงบบริษัทจำกัด ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมาย ก่อนจ้างให้ขอเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีกับชื่อนามสกุล แล้วเข้าตรวจที่ eservice.tfac.or.th/check_cpa สถานะต้องขึ้นว่าปกติ ถ้าขึ้นไม่พบข้อมูลแสดงว่าไม่ใช่ CPA หรือใบอนุญาตอาจหมดอายุไปแล้วหรือโดนยกเลิก ให้ระวังเป็นพิเศษพวกเพจเฟซบุ๊กหรือไลน์ที่อ้างชื่อ CPA แต่ไม่ยอมส่งสำเนาใบอนุญาต และระวังกรณีคนนอกเอาชื่อ CPA จริงไปแอบอ้าง สภาวิชาชีพบัญชีมีระบบให้ CPA ยืนยันการลงลายมือชื่อทุกปีเพื่อตรวจการปลอมแปลงตัวตน
ราคาตลาดของบริการตรวจสอบบัญชีเริ่มต้นที่ 10,000-15,000 บาทต่อปีสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่ไม่มีรายการมาก และอาจเพิ่มเป็น 30,000-80,000 บาทสำหรับบริษัทขนาดกลางที่มีพนักงาน 10-50 คน หรือมีกิจกรรมต่างประเทศ บริษัทมหาชนหรือบริษัทที่ขอ BOI ที่ต้องใช้ Big Four อาจเริ่มต้นที่ 100,000 บาทขึ้นไป ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาต่างกันคือขนาดสินทรัพย์ ความซับซ้อนของรายการ จำนวนสาขาหรือบริษัทย่อย และมาตรฐานการรายงานที่ใช้
เนื้อหาโดย: ทีมบรรณาธิการ AccountingTH
ตรวจสอบความถูกต้องโดย: ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในประเทศไทย
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตรวจสอบบัญชี
บริษัทไม่มีรายได้ต้องสอบบัญชีไหม▾
ต้องตรวจสอบ ตามมาตรา 11 ของพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัทจำกัดทุกขนาดต้องมีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ก่อนส่ง DBD ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องขนาดสำหรับบริษัทจำกัด แม้บริษัทเพิ่งจดและยังไม่มีรายการหรือที่เรียกว่างบเปล่าก็สอบ ราคาตลาดสำหรับบริษัทจำกัดที่ไม่มีรายการเริ่มที่ 8,000-10,000 บาทต่อปี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนทุนไม่เกิน 5 ล้าน สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้าน รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) แทนได้
CPA กับ TA ต่างกันยังไง บริษัทต้องใช้แบบไหน▾
CPA (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต) ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี สอบบัญชีนิติบุคคลได้ทุกประเภททุกขนาด ส่วน TA (ผู้สอบบัญชีภาษีอากร) ขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากร ตรวจได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก (ทุนไม่เกิน 5 ล้าน สินทรัพย์ไม่เกิน 30 ล้าน รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน) เท่านั้น ถ้ากิจการเป็นบริษัทจำกัด ต้องใช้ CPA เท่านั้น ไม่ว่าจะเล็กแค่ไหน ถ้าให้ TA เซ็นงบบริษัทจำกัด งบนั้นใช้ส่ง DBD ไม่ได้และอาจถูกปฏิเสธ ทำให้ส่งงบช้าและโดนค่าปรับเพิ่ม
จะเช็คยังไงว่า CPA ที่จะจ้างเป็นตัวจริง ไม่ได้แอบอ้างชื่อคนอื่น▾
เข้าเว็บ eservice.tfac.or.th/check_cpa กรอกชื่อ-นามสกุล และเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีที่อ้าง ถ้าระบบขึ้น "ปกติ" แสดงว่าเป็น CPA จริงและสถานะใช้งานได้ ถ้าขึ้น "ไม่พบข้อมูล" แสดงว่าข้อมูลผิด หรือไม่ใช่ CPA จริง นอกจากตรวจสถานะแล้ว ขอนัดเจอตัวจริงหรือ Video call อย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนเซ็นสัญญา ขอสำเนาใบอนุญาต CPA และบัตรประชาชน เทียบกับข้อมูลในระบบ ระวังเพจที่ใช้รูป CPA จริงแต่เบอร์โทรกลายเป็นเบอร์อื่น เป็นรูปแบบการแอบอ้างชื่อที่พบบ่อย ถ้าสงสัยโทรไปที่สภาวิชาชีพบัญชี 02-685-2524 ถามว่าคนนี้รับงานบริษัทเราจริงไหม
ทำไมห้ามให้ผู้สอบของสำนักงานบัญชีที่ทำให้เป็นคนสอบบัญชี และต้องใช้ผู้สอบภายนอก▾
ผิดข้อกำหนดเรื่องความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี ตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี ผู้สอบต้องเป็นอิสระจากผู้ทำบัญชี เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างตรงไปตรงมา ถ้าคนเดียวกันทำทั้งบันทึกและสอบ จะกลายเป็นการตรวจงานตัวเอง ไม่เจอข้อผิดพลาด หลายเคสที่กรมสรรพากรไล่ตรวจ พบว่าสำนักงานเดียวกันทำหมดทุกอย่างหมด บัญชีก็ทำ งบก็เซ็น แล้วงบมีรายการน่าสงสัย จะถูกประเมินภาษีย้อนหลังและตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของงบทั้งหมด สำนักงานบัญชีที่ดีจะแยกบทบาท หรือใช้ CPA ภายนอกที่ไม่มีผลประโยชน์ร่วม
ค่าตรวจสอบบัญชีถูกผิดปกติ 5,000 บาท คุ้มไหม▾
ระวัง ราคาตลาดสำหรับบริษัทจำกัดที่ไม่มีรายการเริ่มที่ 8,000-10,000 บาท เพราะ CPA ต้องมีต้นทุนทั้งเวลาตรวจ การยืนยันยอดกับธนาคารและคู่ค้า การจัดทำเอกสารตามมาตรฐาน ISA และค่าธรรมเนียมรายปีกับสภาวิชาชีพ ราคา 5,000 บาทอาจไม่ได้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นการเซ็นชื่อแลกค่าตอบแทนโดยไม่ลงมือตรวจ เรียกว่า rubber stamp งบที่ตรวจแบบนี้พอกรมสรรพากรไล่ตรวจ จะเจอข้อผิดพลาดเยอะ และ CPA ที่ลงชื่ออาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้
งบที่ตรวจแล้วได้ความเห็นแบบมีเงื่อนไขต้องทำยังไงต่อ▾
รายงานผู้สอบบัญชีมี 4 รูปแบบ หนึ่ง ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข คืองบถูกต้องตามมาตรฐาน สอง แบบมีเงื่อนไข คือมีบางจุดที่ผู้สอบไม่สามารถตรวจให้ได้ความเชื่อมั่นเต็มที่ เช่น สต็อกที่ไม่ได้นับ สาม ไม่แสดงความเห็น คือมีปัญหาใหญ่จนตรวจไม่ได้ สี่ ความเห็นไม่ถูกต้อง คืองบผิดมาตรฐานชัดเจน หากผู้สอบออกความเห็นแบบมีเงื่อนไข ธนาคารและคู่ค้าทางธุรกิจอาจจะเริ่มลังเลให้สินเชื่อหรือเครดิต หากเจอกรณีแบบนี้ แนะนำให้ปรึกษาผู้สอบว่าจะแก้ไขเรื่องที่เป็นเงื่อนไขในปีถัดไปยังไง