ฟรีสำหรับทุกสำนักงานบัญชี ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีการขึ้นอันดับด้วยเงิน ทำไมเราถึงให้ฟรี
AccountingTH

วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ทั่วประเทศไทย

20 สำนักงานในระบบที่ให้บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เลือกจังหวัดเพื่อดูรายชื่อในพื้นที่ของคุณ

ตรวจสอบกับ DBD แล้ว รีวิวจริงจาก Google ลงประกาศฟรี

เกี่ยวกับ วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

วีซ่าและใบอนุญาตทำงานคือบริการดูแลเอกสารให้พนักงานต่างชาติทำงานในไทยได้ถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มตั้งแต่การขอวีซ่าธุรกิจ Non-B ที่สถานทูตไทยในต่างประเทศ หรือเปลี่ยนประเภทวีซ่าในไทยถ้าถือวีซ่าประเภทอื่นอยู่แล้ว ขอใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รายงานตัวที่อยู่ทุก ๆ 90 วันด้วยแบบฟอร์ม ตม.47 กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงต่ออายุเอกสารประจำปี เปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนตำแหน่งงาน และทำเรื่องวีซ่าให้ครอบครัวที่ติดตามมา Non-O Dependent นอกจากวีซ่า Non-B แบบมาตรฐานแล้ว ยังมีทางเลือกพิเศษอย่าง Smart Visa สำหรับผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ LTR Visa สำหรับผู้พำนักระยะยาวที่ให้สิทธิพักอาศัยในไทยได้ถึง 10 ปี ทั้ง Smart Visa และ LTR Visa จะรวม Digital Work Permit อยู่ในวีซ่าเลย ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานแยกต่างหาก

ค่าบริการของสำนักงานบัญชีจะขึ้นกับว่าเป็นการขอครั้งแรกหรือเป็นการต่ออายุ การขอ Non-B Visa พร้อมใบอนุญาตทำงานครั้งแรกเริ่มต้นที่ 15,000-30,000 บาทต่อคน และยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ การต่ออายุเริ่มต้นที่ 8,000-15,000 บาทต่อคน บริการรายงาน 90 วันแทนต่างชาติครั้งละ 500-1,500 บาท ส่วนการขอ Smart Visa หรือ LTR Visa ที่ต้องประสานกับ BOI ทำให้ราคาอาจสูงกว่ามาก เริ่มต้นที่ 30,000-80,000 บาท เพราะเอกสารและขั้นตอนซับซ้อนกว่า ค่าธรรมเนียมราชการของใบอนุญาตทำงานอายุ 1 ปี อยู่ที่ 3,000 บาท บวกค่ายื่นคำขอ 100 บาท

เนื้อหาโดย: ทีมบรรณาธิการ AccountingTH

ตรวจสอบความถูกต้องโดย: ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในประเทศไทย

อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ พนักงานไทยกี่คน ถึงจะจ้างต่างชาติได้

บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วอย่างน้อย 2 ล้านบาทต่อพนักงานต่างชาติ 1 คน ถ้ามีต่างชาติ 2 คน ต้องมีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถ้าต่างชาติมีคู่สมรสคนไทยที่จดทะเบียนสมรสถูกต้อง ทุนจะลดเหลือครึ่งหนึ่งคือ 1 ล้านบาทต่อคน อัตราส่วนพนักงานต้องเป็นคนไทย 4 คนต่อต่างชาติ 1 คน เพื่อเป็นการแสดงว่าบริษัทมีกิจกรรมจริง ไม่ใช่บริษัทหน้าม้า บริษัทยังต้องยื่นงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตย้อนหลัง 2 ปี ถ้าบริษัทเพิ่งจดยังไม่ครบ 2 ปี ใช้งบทดลองและประมาณการรายได้แทนได้ บริษัทที่ได้ BOI จะได้รับการยกเว้นเงื่อนไขทุนและอัตราส่วนพนักงานตามสิทธิที่อนุมัติ

ขั้นตอนขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานครั้งแรก ใช้เวลานานแค่ไหน

ขั้นตอนแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนแรกคือการขอวีซ่า Non-B ที่สถานทูตไทยในประเทศต้นทางก่อนเดินทางเข้าไทย หรือถ้าอยู่ในไทยอยู่แล้วและถือวีซ่าประเภทอื่นอยู่ ใช้วิธีเปลี่ยนประเภทวีซ่ากับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนที่สองคือขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน เมื่อมีวีซ่า Non-B แล้วใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ รวมเบ็ดเสร็จตั้งแต่เริ่มยื่นเอกสารถึงได้ใบอนุญาตทำงานประมาณ 1-2 เดือน เอกสารหลักที่ต้องเตรียมมีหนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) งบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว 2 ปี รายชื่อพนักงานคนไทยพร้อม ภงด.1 ย้อนหลัง สำเนาหนังสือเดินทาง และประวัติการทำงานของคนต่างชาติ

ค่าธรรมเนียมราชการเท่าไหร่ ค่าบริการรวมเท่าไหร่

ค่าธรรมเนียมราชการการขอใบอนุญาตทำงานแบ่งตามระยะเวลา ใบอนุญาตอายุ 1 ปี เสีย 3,000 บาท บวกค่ายื่นคำขอ 100 บาท อายุ 6 เดือน 1,500 บาท อายุ 3 เดือน 750 บาท การต่ออายุคิดราคาเรทเดียวกัน ถ้าระหว่างปีต้องเปลี่ยนนายจ้าง เสียเพิ่มอีก 3,000 บาท เปลี่ยนตำแหน่งงาน 1,000 บาท เปลี่ยนสถานที่ทำงาน 1,000 บาท ค่าธรรมเนียมวีซ่า Non-B ขึ้นอยู่กับสถานทูตในประเทศต้นทาง ปกติ 2,000-5,000 บาท ส่วนค่าบริการสำนักงานบัญชีในการดำเนินเรื่องเริ่มต้นที่ 15,000-30,000 บาทสำหรับครั้งแรก รวมการเตรียมเอกสาร การเดินเรื่อง และพาชาวต่างชาติไปสัมภาษณ์ ค่าบริการอาจบวกเพิ่ม 1,000-2,000 บาทถ้าสำนักงานต้องเดินทางไปทำเรื่องนอกพื้นที่

รายงานตัว 90 วันคืออะไร ถ้าพลาดมีโทษอย่างไร

ต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทยเกิน 90 วันต้องไปแจ้งที่อยู่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก ๆ 90 วัน ใช้แบบฟอร์มตม.47 เป็นการยืนยันว่ายังพักอาศัยอยู่ที่เดิม ไม่ใช่การต่อวีซ่าหรือต่อใบอนุญาตทำงาน หลายคนสับสนเรื่องนี้ ต่างชาติแจ้งล่วงหน้าได้ 15 วันก่อนวันครบกำหนด หรือล่าช้าได้ไม่เกิน 7 วันหลังเลยกำหนดโดยไม่ถูกปรับ ปัจจุบันแจ้งออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ tm47.immigration.go.th ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน หรือถ้าไม่สะดวกออนไลน์จะส่งทาง EMS หรือเดินไปด้วยตนเองก็ได้ ถ้าเลย 7 วันแล้วไปทำเรื่องเองภายหลังจะถูกปรับ 2,000 บาท ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจเจอก่อนแล้วจับกุมตัวพามาที่ ตม. ค่าปรับขยับเป็น 5,000 บาท นายจ้างหลายแห่งจ้างสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำวีซ่าให้ทำเรื่องนี้แทน ค่าบริการครั้งละ 500-1,500 บาท ถูกกว่าค่าปรับและประหยัดเวลาคนต่างชาติ

Smart Visa กับ LTR Visa ต่างจาก Non-B Visa อย่างไร

Non-B เป็นวีซ่าธุรกิจมาตรฐาน อายุ 1 ปีต่ออายุปีต่อปี ผูกกับนายจ้างและตำแหน่ง เปลี่ยนงานต้องทำเรื่องใหม่ และต้องรายงาน 90 วัน Smart Visa ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง นักลงทุน ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้งวิสาหกิจเริ่มต้นที่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า การแพทย์ขั้นสูง เกณฑ์เงินเดือนสำหรับผู้เชี่ยวชาญต้องไม่น้อยกว่า 100,000 บาทต่อเดือน อายุวีซ่า 1-4 ปีต่อครั้ง ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานแยก รายงาน 90 วันลดเหลือปีละครั้ง ครอบครัวติดตามได้ LTR Visa เป็นวีซ่าพำนักระยะยาวสูงสุด 10 ปี สำหรับ 4 กลุ่มคือผู้มีสินทรัพย์สูง ผู้เกษียณที่มีจำนวนสินทรัพย์สูง ผู้ที่ต้องการทำงานจากไทย และผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง เกณฑ์สำหรับผู้เชี่ยวชาญทักษะสูงมี 2 ทางเลือก ทางแรกคือมีรายได้ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีขึ้นไป ทางที่สองคือมีรายได้ 40,000-80,000 ดอลลาร์ต่อปี และมีปริญญาโทขึ้นไปหรือประสบการณ์ทำงาน 5 ปีในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทำงานในอุตสาหกรรมที่ BOI กำหนด ทั้ง Smart Visa และ LTR Visa กระบวนการเร็วกว่า Non-B และมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแล้วแต่ประเภท แต่เงื่อนไขจะมีความเข้มงวดกว่ามาก

การต่ออายุวีซ่าและใบอนุญาตทำงานต้องเตรียมอะไรบ้าง

ต้องเริ่มเตรียมเอกสารก่อนใบอนุญาตทำงานหมดอายุประมาณ 30-45 วัน เพราะกระบวนการตรวจเอกสารใช้เวลา เอกสารหลักที่ต้องอัปเดตทุกปีคืองบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของปีล่าสุด รายชื่อพนักงานไทยพร้อม ภงด.1 ย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานการชำระเงินประกันสังคมของทั้งบริษัท สลิปเงินเดือนของต่างชาติย้อนหลังไป 6 เดือน และหลักฐานการจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาของชาวต่างชาติปีก่อน ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตทำงานอายุ 1 ปี เท่ากับการขอครั้งแรก 3,000 บาท บวกค่าต่อวีซ่าอีก 1,900 บาทที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง บริษัทที่งบการเงินขาดทุนต่อเนื่อง 2-3 ปี หรือไม่จ่ายเงินเดือนคนต่างชาติตามสลิปจริง อาจถูกปฏิเสธการต่ออายุ ทำให้คนต่างชาติต้องออกจากประเทศก่อนวันหมดอายุ